ที่ผ่านมาเราวัดผลการดำ เนินงานของบริษัท โดยทั่วไปจะดูที่ผลกำ ไร ขาดทุน ยอดขาย เป็นหลัก แต่ ในโลกปัจจุบันการวัดผลด้วยยอดกำ ไรขาดทุนอย่าง เดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เอ็กโซติค ฟู้ด มีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนเป้า หมายในการวัดผลตามหลัก 3P หรือ Triple Bottom Lineซึ่งเป็นการวัดความสำ เร็จใน 3 มิติ
ทุกฝ่ายมีความสำาคัญต่อ XO ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่แห่งนี้ แต่ละภาคส่วนล้วนมีลำาดับความสำาคัญที่ต้อง พิจารณาแตกต่างกันออกไป XO จึงรวบรวมเอาประเด็นเพื่อนำาเสนอในรายงาน โดยพิจารณาทั้งประเด็นที่เชื่อมโยงกับการ บรรลุเป้าหมายเชิงนโยบายของบริษัทฯ ประเด็นที่ผู้มีส่วนได้เสียให้ความสำาคัญ รวมถึงประเด็นความสอดคล้องกับ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
องค์กรของเราไม่ว่าจะเป็นระดับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น และพนักงานทุกคน ทุกฝ่าย ครอบครัวของเราล้วนขับเคลื่อนการ ใช้ชีวิตและทำางานด้วยจิตใจและอารมณ์ที่ดี เพื่อสร้างวันดีๆ ถ่ายทอดออกมาให้รู้สึกได้ถึงแบรนด์และโปรดักต์ผู้สร้างความ สุขที่กระจายออกไปทั่วโลก แม้ในยามที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้านในช่วง Covid-19 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำาบาก เรา ก็ยังคงสร้างสรรค์ผลงานด้วยการมองแง่มุมดีๆ ส่งเสริม ให้กำาลังใจกัน สื่อสารออกมาเป็นภาพของครอบครัวใหญ่ที่เปี่ยม ไปด้วยพลังบวกและรอยยิ้ม จนสามารถเรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ DNA ที่หลอมรวมจนเป็นตัวตนผู้สร้างสรรค์ในเชิงบวก ส่วน สำาคัญมาจากการปลูกฝังวัฒนธรรมอันดีงามประจำ
เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์พลังงานและการใช้ทรัพยากรอย่างมี ประสิทธิภาพ บริษัทได้ดำ เนินโครงการเปลี่ยนหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เป็นหลอดไฟ LED ซึ่งมีคุณสมบัติในการใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า แต่ ให้ความสว่างเทียบเท่าหรือมากกว่าเดิม
การดำเนินการนี้ไม่เพียงช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการ ปฏิบัติงานประจำ วัน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการลดผล กระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการดำ เนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
บริษัทมีนำ พลังงานหมุนเวียนมาใช้ในสถานประกอบการได้แก่ พลังงาน แสงอาทิตย์ ผ่านโครงการ Solar Rooftop ที่โรงงานสาขาอมตะ โครงการนี้เริ่มดำ เนินการในเดือนกันยายน 2566และแล้วเสร็จพร้อมใช้ งานตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2567 จากการดำ เนินโครงการดังกล่าว ส่งผลให้ในปี 2567โรงงานสาขาอมตะ มีปริมาณการใช้พลังงานหมุนเวียนอยู่ที่ 557,751.751 กิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 9.8 % ของการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของ โรงงานในปี 2567ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการขับเคลื่อน ระบบพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก